1
สินค้า บริการอื่น ๆ / อาหารสายยาง สำหรับโรคตับ
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ 10 มกราคม 2026, 23:24:54 pm »อาหารสายยาง สำหรับโรคตับ
การให้อาหารทางสายยางสำหรับ ผู้ป่วยโรคตับ (Liver Disease) เช่น ตับแข็ง (Liver Cirrhosis) หรือตับวาย มีความเฉพาะตัวสูงมากครับ เพราะตับเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียจากการย่อยโปรตีน (แอมโมเนีย) หากตับทำงานไม่ไหว ของเสียจะขึ้นสมองทำให้ผู้ป่วยมีอาการสับสน เบลอ หรือหลับลึก (Hepatic Encephalopathy)
การเลือกอาหารที่ปลอดภัยและช่วยถนอมตับครับ:
1. หัวใจสำคัญ: การปรับสมดุลกรดอะมิโน
ในผู้ป่วยโรคตับรุนแรง ร่างกายจะมีระดับกรดอะมิโนผิดปกติ จึงต้องใช้สูตรเฉพาะที่เรียกว่า "สูตรที่มี BCAA สูง":
BCAA (Branch-Chain Amino Acids): เป็นกรดอะมิโนกลุ่มที่ย่อยและนำไปใช้ที่กล้ามเนื้อได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งตับมากนัก ช่วยลดการสะสมของสารพิษในสมอง
ลักษณะเด่น: สูตรนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับโปรตีนเพียงพอเพื่อซ่อมแซมร่างกาย แต่ไม่ทำให้เกิดอาการเบลอหรือซึม
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Aminoleban EN, Hepatic (ของบางยี่ห้อ)
2. การจัดการสารอาหารอื่นๆ
โปรตีน: ไม่ควรอดโปรตีนเด็ดขาด เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อลีบและแผลหายยาก แต่ต้องให้ในปริมาณที่พอเหมาะตามที่หมอสั่ง (ประมาณ 1.0−1.2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก.)
คาร์โบไฮเดรต: ผู้ป่วยโรคตับเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลต่ำได้ง่ายในช่วงกลางคืน แนะนำให้แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ 5-6 มื้อ และ มื้อก่อนนอน สำคัญมากเพื่อป้องกันตับล้า
ไขมัน: หากผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการย่อยไขมันหรือตัวเหลืองจัด ควรเลือกใช้สูตรที่มี MCT Oil เพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งน้ำดีมากนัก
โซเดียม: หากผู้ป่วยมีอาการ ท้องมาน (Ascites) หรือขาบวม ต้องจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวด (เลี่ยงการเติมเกลือหรือซุปก้อนในอาหารปั่นเอง)
3. หากเตรียม "อาหารปั่นเอง" สำหรับโรคตับ
ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับ:
แหล่งโปรตีน: เน้น โปรตีนจากพืช (เช่น เต้าหู้ขาว, ถั่วเหลือง) หรือ โปรตีนจากปลาและไข่ขาว เพราะโปรตีนจากสัตว์เนื้อแดง (หมู, วัว) จะสร้างแอมโมเนียสูงกว่าและทำให้ตับทำงานหนัก
กากใยอาหาร: ต้องใส่ผักปั่นและกรองให้ดี เพราะใยอาหารจะช่วยดักจับสารพิษในลำไส้และช่วยให้ขับถ่ายทุกวัน ลดการดูดซึมแอมโมเนียกลับเข้ากระแสเลือด
ความสะอาด: ตับที่ผิดปกติจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ อาหารปั่นต้องปรุงสุกใหม่และสะอาดที่สุด
4. ข้อควรระวังและการสังเกตอาการ
การขับถ่าย: ผู้ป่วยโรคตับ "ห้ามท้องผูก" เด็ดขาด เพราะอุจจาระที่ค้างในลำไส้จะสร้างสารพิษกลับไปที่ตับและสมอง ควรสังเกตให้ผู้ป่วยถ่ายทุกวัน
อาการทางสมอง: หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการ มือกุมไม่ได้ (Asterixis/Hand Flapping), สับสนวันเวลา, หรือหลับปลุกยาก แสดงว่าสารพิษคั่ง ต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อปรับสูตรอาหารทันที
ปริมาณน้ำ: หากมีอาการบวมน้ำหรือท้องมาน คุณหมออาจสั่งจำกัดน้ำ (Fluid Restriction) ต้องนับรวมน้ำที่ใช้ล้างสายยางด้วยนะครับ
💡 สรุปสิ่งที่ควรทำ
ใช้สูตรเฉพาะโรค (BCAA High): หากงบประมาณถึง แนะนำให้ใช้สูตรสำเร็จรูปสำหรับโรคตับโดยตรงจะปลอดภัยที่สุดครับ
แบ่งมื้ออาหาร: ให้มื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อลดภาระการทำงานของตับ
การให้อาหารทางสายยางสำหรับ ผู้ป่วยโรคตับ (Liver Disease) เช่น ตับแข็ง (Liver Cirrhosis) หรือตับวาย มีความเฉพาะตัวสูงมากครับ เพราะตับเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียจากการย่อยโปรตีน (แอมโมเนีย) หากตับทำงานไม่ไหว ของเสียจะขึ้นสมองทำให้ผู้ป่วยมีอาการสับสน เบลอ หรือหลับลึก (Hepatic Encephalopathy)
การเลือกอาหารที่ปลอดภัยและช่วยถนอมตับครับ:
1. หัวใจสำคัญ: การปรับสมดุลกรดอะมิโน
ในผู้ป่วยโรคตับรุนแรง ร่างกายจะมีระดับกรดอะมิโนผิดปกติ จึงต้องใช้สูตรเฉพาะที่เรียกว่า "สูตรที่มี BCAA สูง":
BCAA (Branch-Chain Amino Acids): เป็นกรดอะมิโนกลุ่มที่ย่อยและนำไปใช้ที่กล้ามเนื้อได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งตับมากนัก ช่วยลดการสะสมของสารพิษในสมอง
ลักษณะเด่น: สูตรนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับโปรตีนเพียงพอเพื่อซ่อมแซมร่างกาย แต่ไม่ทำให้เกิดอาการเบลอหรือซึม
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Aminoleban EN, Hepatic (ของบางยี่ห้อ)
2. การจัดการสารอาหารอื่นๆ
โปรตีน: ไม่ควรอดโปรตีนเด็ดขาด เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อลีบและแผลหายยาก แต่ต้องให้ในปริมาณที่พอเหมาะตามที่หมอสั่ง (ประมาณ 1.0−1.2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก.)
คาร์โบไฮเดรต: ผู้ป่วยโรคตับเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลต่ำได้ง่ายในช่วงกลางคืน แนะนำให้แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ 5-6 มื้อ และ มื้อก่อนนอน สำคัญมากเพื่อป้องกันตับล้า
ไขมัน: หากผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการย่อยไขมันหรือตัวเหลืองจัด ควรเลือกใช้สูตรที่มี MCT Oil เพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งน้ำดีมากนัก
โซเดียม: หากผู้ป่วยมีอาการ ท้องมาน (Ascites) หรือขาบวม ต้องจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวด (เลี่ยงการเติมเกลือหรือซุปก้อนในอาหารปั่นเอง)
3. หากเตรียม "อาหารปั่นเอง" สำหรับโรคตับ
ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับ:
แหล่งโปรตีน: เน้น โปรตีนจากพืช (เช่น เต้าหู้ขาว, ถั่วเหลือง) หรือ โปรตีนจากปลาและไข่ขาว เพราะโปรตีนจากสัตว์เนื้อแดง (หมู, วัว) จะสร้างแอมโมเนียสูงกว่าและทำให้ตับทำงานหนัก
กากใยอาหาร: ต้องใส่ผักปั่นและกรองให้ดี เพราะใยอาหารจะช่วยดักจับสารพิษในลำไส้และช่วยให้ขับถ่ายทุกวัน ลดการดูดซึมแอมโมเนียกลับเข้ากระแสเลือด
ความสะอาด: ตับที่ผิดปกติจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ อาหารปั่นต้องปรุงสุกใหม่และสะอาดที่สุด
4. ข้อควรระวังและการสังเกตอาการ
การขับถ่าย: ผู้ป่วยโรคตับ "ห้ามท้องผูก" เด็ดขาด เพราะอุจจาระที่ค้างในลำไส้จะสร้างสารพิษกลับไปที่ตับและสมอง ควรสังเกตให้ผู้ป่วยถ่ายทุกวัน
อาการทางสมอง: หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการ มือกุมไม่ได้ (Asterixis/Hand Flapping), สับสนวันเวลา, หรือหลับปลุกยาก แสดงว่าสารพิษคั่ง ต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อปรับสูตรอาหารทันที
ปริมาณน้ำ: หากมีอาการบวมน้ำหรือท้องมาน คุณหมออาจสั่งจำกัดน้ำ (Fluid Restriction) ต้องนับรวมน้ำที่ใช้ล้างสายยางด้วยนะครับ
💡 สรุปสิ่งที่ควรทำ
ใช้สูตรเฉพาะโรค (BCAA High): หากงบประมาณถึง แนะนำให้ใช้สูตรสำเร็จรูปสำหรับโรคตับโดยตรงจะปลอดภัยที่สุดครับ
แบ่งมื้ออาหาร: ให้มื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อลดภาระการทำงานของตับ

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้





























































